ตอนที่ 11 ความมีโชคดีที่ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ
เพลงที่ถูกบันดาลขึ้นจากผู้แต่ง ความหอมหวนให้น่าชื่นชมด้วยความไพเราะของบทเพลงที่ผู้แต่งได้สร้างบันดาลขึ้นและปรารถนาให้เป็นที่ยอมรับในกลุ่มคนจำนวนมาก และความอัศจรรย์ซึ่งเกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝันครั้งแล้วครั้งเล่าเหมือนดั่งการมีโชคเป็นสิ่งที่ให้คืนกลับมาด้วยรางวัลแห่งความประสบสำเร็จอย่างน่าคุ้มค่าให้หายเหนื่อยเหมือนดั่งเป็นการกระตุ้นจิตสำนึกของผู้แต่งให้ได้รู้ถึงสิ่งที่กลุ่มคนโดยส่วนใหญ่ล้วนแล้วชอบต้องการปรารถนารู้สึกเป็นที่นิยมให้ได้เกิดการเป็นกระแสอย่างต่อเนื่องด้วยระยะเวลาอาจเป็นที่แตกต่างกันของแต่ละบทเพลง
เพลงบางเพลงอาจมีกลิ่นหอมให้รู้สึกถึงการบริโภคด้วยระยะเวลาอันยาวนานอาจรวมแล้วได้ถึง
4-6 เดือน
ก็จะเริ่มรู้สึกถึงการอิ่มหรือหมดกลิ่นหอมลง
เพลงที่ผู้แต่งปลุกปั้นประทานบันดาลขึ้นมาอย่างต่อเนื่องครั้งแล้วครั้งเล่าจนนานนับไม่ถ้วนทำให้เกิดกลิ่นหอมที่คละคลุ้งฟุ้งกระจายอย่างตระตลบอบอวลซึ่งอยู่ในกลุ่มของผู้คนให้รู้สึกได้ว่าสิ่งที่ได้ยินด้วยความไพเราะที่ทำให้เกิดความสุขเพลิดเพลินใจซึ่งเกิดขึ้นในภาษาของเพลงอย่างคุ้นหูจนเคยชินให้ได้เกิดการอิ่มตัวและอิ่มใจด้วยระยะเวลาร่นให้สั้นลงเหลือเพียงแค่
2-4 เดือน
ก็หมดลงด้วยกลิ่นหอมของบทเพลงจนบางครั้งในปัจจุบันอาจจะมีระยะเวลาเหลือแค่เพียง 1-2
เดือน เท่านั้นก็อาจเป็นไปได้ในผู้คนที่หลงใหลความไพเราะให้เกิดเป็นกระแสนิยมด้วยกลิ่นหอมของบทเพลงอาจได้มีระยะเวลาการอิ่มตัวได้อย่างรวดเร็ว
ความคุ้นหูความเคยชินกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างซ้ำๆกันของบทเพลงมาอย่างต่อเนื่องทุกๆวันทุกๆเดือนทุกๆปีอย่างที่ไม่มีวันได้หยุดพักและบทเพลงที่เกี่ยวกับความรักความคิดถึงความห่วงหาความอกหักความผิดหวัง บทเพลงเหล่านี้จะถูกแต่งขึ้นจากผู้แต่งให้ได้ยินมาทุกยุคทุกสมัยอย่างที่ไม่รู้จักคำว่าเบื่อหน่ายกับสิ่งที่ได้เกิดขึ้นเป็นความรักให้เป็นที่นิยมด้วยกระแสที่เป็นกลิ่นหอมให้ชวนได้หลงใหลกันอย่างสืบต่อเนื่องกันมาจนบางครั้งภาษาที่ได้ใช้ก็อาจได้มีความคล้ายเหมือนกันให้ได้ยินกันบ่อยครั้งจนเป็นสิ่งที่ให้รู้สึกว่าจิตใจที่ซึมซับด้วยบทเพลงเกิดความอิ่มตัวได้อย่างรวดเร็วซึ่งอาจส่งผลกระทบให้บทเพลงในปัจจุบันมีอายุเวลาให้เป็นที่นิยมได้น้อยลงสั้นลงทุกทีเช่นเพลงใหม่มาปุ๊บฟังรู้จักปั๊บแล้วก็ค่อยๆจางหายไปในทันที หรือบทเพลงที่ถูกแต่งขึ้นอาจไร้ซึ่งความมีกลิ่นหอมให้ล่องลอยฟุ้งกระจายตลบอบอวลไปเสียสิ้นแล้วเหมือนบทเพลงที่ขาดหายไปด้วยความไม่มีเสน่ห์ให้เป็นที่หลงใหลให้เป็นที่ชื่นชอบได้อย่างยาวนานซึ่งหามีไม่ได้เหมือนซึ่งแต่ก่อน ผู้แต่งยังต้องนึกถึงความคุ้นเคยชินที่เกิดขึ้นกับผู้ฟังได้อย่างรวดเร็วคือผู้ฟังจะคุ้นเคยและชินกับบทเพลงที่ถูกแต่งขึ้นมาใหม่ได้อย่างรวดเร็วให้ได้รู้สึกว่าไม่ได้แตกต่างไปจากบทเพลงทั่วไปมากสักเท่าไหร่สิ่งนี้อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้บทเพลงขาดเสน่ห์และหมดกลิ่นหอมลงด้วยระยะเวลาอันรวดเร็วหรือผู้ฟังได้รับฟังบทเพลงที่เกี่ยวกับความรักความผิดหวังที่มีอยู่มากมายให้ได้ยินมาตั้งแต่เด็กจนโตเป็นผู้ใหญ่ก็ยังได้ยินบทเพลงเหล่านี้อยู่
อาจทำให้ความรู้สึกได้เกิดการรับฟังเพลงแล้วก็เข้ใจความหมายได้ง่ายในทันทีหรืออาจได้เข้าสู่ความอิ่มตัวในจุดสูงสุดของวิธีการแต่งแบบกะทัดรัดเข้าใจง่ายเหมือนดั่งการใช้วิธีการแต่งแบบพูดคุยกันก็เกิดเป็นบทเพลงขึ้นมาได้หรือใช้วิธีแบบการอ่านหนังสือให้ฟังก็สามารถแต่งเป็นบทเพลงแบบการอ่านหนังสือก็ทำได้เช่นกัน
อาจจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ผู้ฟังรู้สึกคุ้นเคยเกิดการเข้าใจในบทเพลงได้ง่ายยิ่งขึ้น เพลงที่ถูกแต่งขึ้นจากผู้แต่งก็จะมีลักษณะเช่นนี้มากขึ้นทวีขึ้นอย่างไม่มีวันหยุดให้จางหายไป
ผู้แต่งที่เริ่มฝึกหัดอาจจะเริ่มตั้งแต่อายุยังน้อยหรือเริ่มแต่งตอนโตมีอายุมากแล้ว ส่วนการเริ่มฝึกแต่งเพลงก็ย่อมเข้าสู่เรื่องของความรักความผิดหวังซึ่งหยิบนำมาเสนอแต่งเป็นบทเพลงให้ออกมาได้ยินอย่างที่ผู้แต่งทุกคนหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เช่นกัน
หากมีผู้แต่งเพลงเป็นจำนวนมากบทเพลงที่เกี่ยวกับความรักความผิดหวังก็มีมากเช่นกันซึ่งทำให้เกิดสาเหตุหนึ่งที่ผู้ฟังไม่ตอบสนองให้เกิดขึ้นเป็นกระแสของกลิ่นหอมในบทเพลงอาจทำให้อายุของเพลงมีเวลาที่สั้นลง ดังนั้นผู้แต่งจะรู้เองได้ว่าผู้ฟังต้องการสิ่งใดและผู้แต่งจะแต่งเพลงสิ่งใดป้อนให้ผู้ฟัง
โดยธรรมชาติของการพัฒนาทางด้านการแต่งเพลงผู้แต่งย่อมแต่งเพลงพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีกว่าคือความแปลกใหม่ซึ่งจะสอดคล้องกับผู้ฟังที่ย่อมต้องการฟังในสิ่งที่เป็นความแปลกใหม่ซึ่งไม่เคยได้รับฟังมาก่อนคือความแปลกที่ไม่เหมือนกับเพลงอื่นทั่วๆไปอาจจะมีความแปลกในเนื้อหาคำร้องที่ผู้แต่งแต่งขึ้นหรืออาจจะมีความแปลกในท่วงท่าทำนอง
หรืออาจจะมีความแปลกทางด้านเสียงของดนตรีที่สามารถสร้างความรู้สึกให้เกิดขึ้นได้อย่างหลากหลายความรู้สึกเช่น
เสียงที่มีความรู้สึกกระตุ้นให้เกิดมีพลังหรือเสียงที่ให้ความรู้สึกถึงความโศกเศร้า
การประกอบใส่เสียงดนตรีให้เข้ากับเนื้อคำร้องได้อย่างกลมกลืนและลงตัวก็ย่อมถือว่าเป็นสิ่งที่มีความแปลกในเชิงเป็นเอกลักษณ์หรือการใช้เรียบเรียงที่มีความแปลกให้เป็นสัญลักษณ์ที่แตกต่างไปจากเพลงอื่นๆ
และท่วงทำนองก็ย่อมเป็นสิ่งที่มีบทบาทสร้างความแปลกให้เกิดความไพเราะหรือความไพเราะที่เกิดจากท่วงทำนองที่มีความแปลกย่อมสามารถสร้างเสน่ห์ให้เกิดขึ้นได้อยู่ภายในท่วงทำนองซึ่งให้ผู้ฟังได้ชื่นชอบให้น่าหลงใหลดั่งมีกลิ่นหอมให้เกิดขึ้นเป็นกระแสให้นำความนิยมเกิดขึ้นมาได้
ความแปลกที่เกิดจากเนื้อคำร้องผู้แต่งสามารถแต่งสร้างเนื้อคำร้องให้เกิดมีความโดดเด่นด้วยความแปลกใหม่หรือให้มีความผิดแปลกต่างไปจากเพลงอื่นๆโดยทั่วไป เนื้อคำร้องที่มีความแปลกอาจคือเนื้อคำร้องที่ผู้ฟังไม่ค่อยเคยได้ยินด้วยการแต่งใช้เนื้อคำร้องที่ไม่ซ้ำได้เหมือนใครและในความที่ไม่เหมือนใครเป็นสิ่งที่ได้พิสูจน์จากผู้ฟังกับการตอบสนองให้ได้ชั่งน้ำหนักว่าผู้ฟังมีความหักเหให้เกิดความน่าสนใจกับสิ่งที่ได้สัมผัสรู้ถึงความแปลกอาจไม่เข้าพวกเข้ากลุ่มของบทเพลงทั่วๆไปให้ได้ดีจนเกิดความนิยมชมชอบสักเพียงใดเป็นสิ่งที่ผู้แต่งต้องสุ่มเสี่ยงในสิ่งที่อาจทำให้เกิดความผิดหวังในผลงานหากผู้แต่งมั่นใจในฝีมือในความสามารถของตนเองได้เป็นอย่างดีแล้ว
การสร้างความแปลกใหม่ย่อมเป็นวิถีทางเดียวซึ่งต้องกระทำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และจะไม่มีสิ่งใดมาทำให้เกิดแง่คิดไปจนวิตกจริตซึ่งทำให้ความสามารถของผู้แต่งลดน้อยถอยลงไปเป็นสิ่งที่น่าเสียดายหากผู้แต่งขาดสิ่งที่ไม่สามารถสร้างความแปลกใหม่ที่เกิดจากเนื้อคำร้องขึ้นมาได้
ผู้แต่งสามารถสร้างสภาวะทางจิตใจอารมณ์ความรู้สึกต่อผู้ฟังได้อย่างไม่เคยคิดได้คาดหวังไว้ว่าจะเกิดขึ้นได้จริงอย่างเหลือเชื่อให้เกิดเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ด้วยฤทธิ์ที่เกิดขึ้นอยู่ภายในตัวของผู้แต่ง
ผู้แต่งที่มีฤทธิ์มากจะรู้จักวิธีการใช้ภาษาให้เกิดความรู้สึกตามเจตนาของผู้แต่งที่ชักจูงให้ได้เป็นไปในทิศทางต่างๆนาๆ ตัวอย่างเช่นผู้แต่งสามารถทำให้บทเพลงมีความโศกเศร้าให้เกิดความน่าสงสาร
หรือการทำให้บทเพลงมีความร่าเริงสนุกสนาน หรือการทำให้บทเพลงมีความฮึกเหิมให้เกิดด้วยพลังอย่างมหาศาล
หรือการทำให้บทเพลงมีความดุร้ายอย่างน่าสะพรึงกลัว หรือการทำให้บทเพลงเป็นสิ่งที่ให้ความรักความอบอุ่นด้วยความเมตตาช่วยเหลือส่งเสริมกัน ความมีฤทธิ์ของผู้แต่งยังสามารถใช้ตัวหนังสือเพื่อเป็นการสื่อเรื่องราวให้เกิดการจินตนาการให้ได้มองเห็นภาพด้วยโสตประสาทได้อย่างน่าอัศจรรย์โดยที่ไม่ต้องมีภาพมาประกอบให้ได้มองเห็นให้เกิดความรู้สึกต่อเรื่องราว ฤทธิ์ที่เกิดขึ้นจากผู้แต่งยังสามารถล่วงรู้จิตใจของผู้ฟังได้และเข้าถึงความรู้สึกของผู้ฟังสิ่งเหล่านี้ได้เป็นสำคัญที่สุดซึ่งผู้แต่งจำต้องสร้างสิ่งซึ่งแต่งเป็นบทเพลงเพื่อเป็นการได้ตอบสนองความต้องการของผู้ฟังได้เป็นอย่างดีและกระตุ้นความรู้สึกเพื่อเป็นการชักจูงจิตใจให้เกิดการมีส่วนร่วมได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบทเพลง ดังนั้นผู้แต่งที่มีฤทธิ์มากจะผลิตสร้างบทเพลงด้วยการปลุกปั้นเป่าเสกด้วยเวทมนต์คาถาให้เกิดเป็นบทเพลงที่มีความเมตตามีฤทธิ์มีสรรพคุณให้อิ่มเอมใจในความช่วยเหลือให้ได้เป็นสุขหรือมีความกรุณาช่วยเหลือให้ได้ซึ่งความพ้นทุกข์เดือดเนื้อร้อนใจด้วยหลักแห่งความเป็นธรรมชาติขัดเกลาปัดกวดจิตใจให้เป็นผู้สะอาดมีสติปัญญาหลักคิดเป็นไปในทางที่ดีขึ้นซึ่งทำให้เกิดสิ่งที่เป็นสุขเกิดขึ้นอยู่ภายในจิตใจในตัวของผู้ฟังเองและอาจได้นำไปสู่วิถีทางแห่งการชักจูงผู้ฟังเข้าสู่บทเพลงแห่งอารยะชนในคราวต่อไปในอนาคต
บทเพลงที่ผู้แต่งสร้างสรรค์ขึ้นด้วยสภาวะความรู้สึกแห่งภูมิปัญญาปรุงแต่งให้เกิดความมีกลิ่นหอมจรรโลงให้สังคมในกลุ่มของผู้ฟังอิ่มเอมด้วยความสุขความชื่นชอบเป็นสิ่งที่เกิดมีความพึงพอใจอยู่ภายในตัวอย่างบริสุทธิ์ให้ได้สัมผัสถึงความงดงามด้วยความอ่อนหวานซึ่งไม่อาจทำให้ร้ายต่อความรู้สึกไปเบียนเบียนผู้อื่นให้เกิดสิ่งที่ขุ่นมัวร้อนลุ่มทุกข์ใจให้เกิดความบาดหมางที่มาจากสิ่งริษยาขึ้นมาได้
สิ่งจรรโลงใจที่เกิดขึ้นมาจากบทเพลงที่ซึมซับเข้าในจิตใจของผู้ฟังให้ได้เกิดสภาวะแห่งความรู้สึกที่สูงขึ้น
หนักแน่นขึ้น มั่นคงขึ้น มีเหตุผลขึ้น ด้วยความเป็นไปเองตามธรรมชาติของในบทเพลงที่ผู้แต่งสร้างสรรค์ขึ้นด้วยความเชี่ยวชาญฉลาดสอดแทรกให้ผู้ฟังได้มีส่วนร่วมโดยการใช้สติปัญญาให้เกิดขึ้นเป็นภูมิธรรมคิดคล้อยตามเป็นผู้หยั่งถึงจิตใจของตนเองเป็นผู้ที่ได้ยับยั้งสิ่งที่เรียกว่าไม่เบียดเบียนผู้อื่นก็ย่อมถือว่าเป็นสิ่งที่สวยงามซึ่งเกิดขึ้นในจิตใจและเป็นสิ่งที่งดงามด้วยความมีกลิ่นหอมให้สังคมมีความน่าเป็นอยู่ได้อย่างรู้สึกว่าผู้ฟังทุกคนสัมผัสถึงความปลอดภัยให้ได้อบอุ่นอย่างเป็นมิตรที่ดีต่อกันด้วยความไม่คุ้นเคยกันมาก่อน
บทเพลงที่ผู้แต่งสร้างบันดาลขึ้นให้เกิดเป็นเช่นนี้อาจได้สร้างสรรค์เพื่อให้ผู้ฟังมีความสุขความสงบแห่งสันติภาพมีมิตรไมตรีแห่งสิทธิของตนเองกับสิ่งที่ให้ได้รู้สึกในลักษณะที่เป็นกลางไม่โอนเอียงลุกล้ำไปละเมิดเสรีภาพของผู้อื่น
บทเพลงที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นด้วยฤทธิ์ของผู้แต่งซึ่งเปิดโลกทัศน์นำมาให้ได้เกิดคุณประโยชน์ต่อผู้ฟังอย่างคุ้มค่าซึ่งยังตั้งอยู่บนพื้นฐานของความบันเทิงความผ่อนคลายอาจได้สอดแทรกสารประโยชน์เป็นสิ่งเสริมปรุงแต่งอรรถรสให้ได้เกิดความแปลกใหม่หรือเป็นเพียงเครื่องอย่างหนึ่งที่นำมาใช้กับบทเพลงเพื่อให้บทเพลงได้มีอายุระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น ลักษณะเพลงที่มีระยะเวลาในการรับฟังที่นานขึ้นอาจเป็นเพลงเชิงการเปรียบเทียบอาจเป็นได้เกี่ยวกับการใช้เหตุแห่งหลักปรัชญามาแสดงอ้างอิงเพื่อให้ผู้ฟังเกิดการค่อยๆซึมซับเข้าลงไปทีละนิดทีละหน่อยจนกว่าจะเติมเต็มให้ได้รู้ถึงการเข้าใจในเหตุที่เรียกว่าสัจธรรม คือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นธรรมชาติที่เปรียบเทียบอ้างอิงถึงความเป็นปรัชญาที่มีสิ่งมาผูกพันเกี่ยวข้องต้องหมายกันเช่นความเป็นธรรมชาติที่มีความเชื่อมโยงเกี่ยวกันกับมนุษย์
ดังนั้นผู้แต่งที่ได้ค้นหาอาจได้เจอเคล็ดลับบางอย่างที่สามารถทำให้บทเพลงมีระยะเวลาที่ยาวนานและมีความเป็นอมตะเป็นที่ให้ผู้ฟังได้รู้จักอย่างไม่มีวันลืมย่อมเป็นสิ่งที่ผู้แต่งยังพึงปรารถนากับสิ่งนี้ให้ได้เกิดขึ้นอยู่กับผู้แต่งเองเพื่อเป็นการเสริมสร้างให้ผู้แต่งมีอนุภาพเพิ่มขึ้นมีฤทธิ์เดชเพิ่มมากยิ่งขึ้นให้ได้นำไปใช้เป็นการเปิดโลกทัศน์ให้ผู้ฟังเป็นผู้ฟังที่มีสติปัญญาฉลาดขึ้นเกิดภูมิที่สูงขึ้นในจิตใจด้วยบทเพลงแห่งธรรมชาติที่เกี่ยวพันกันกับมนุษย์ซึ่งผู้แต่งเองอาจได้บันดาลให้เกิดขึ้นได้เป็นดังสมใจหมาย บางครั้งผู้แต่งได้สร้างปาฏิหาริย์แสดงสิ่งที่เป็นไปไม่ได้กลับให้ได้เป็นสิ่งที่เหมือนจริงอาจเป็นการลอกเลียนให้เกิดสิ่งบางอย่างขึ้นกับผู้ฟังให้ได้ถึงการสัมผัสในเรื่องราวที่มีเจตนาสื่อถึงความเป็นจริงหรือเป็นเหตุแห่งความเชื่อทางจิตใจที่สามารถยอมรับและคล้อยตามกลั่นกรองด้วยการพิจารณาที่ดีแล้วว่าธรรมชาติครอบคลุมสะกดทุกสิ่งที่มีชีวิตให้เป็นไปตามวิถีทางแห่งตนที่ควรจะเป็นโดยที่ผู้แต่งนั้นก็ย่อมไม่สามารถหลีกเลี่ยงต่อสิ่งเหล่านี้ได้แต่ผู้แต่งสามารถหยิบนำมาใช้บันดาลด้วยความเปรียบเทียบให้เป็นไปอย่างไม่ขัดขืนฝืนเร้าให้เกิดแรงเสียดทานต่อธรรมชาติแต่อย่างใดและให้ควรเป็นไปในสิ่งที่เกิดความรู้สึกยอมรับด้วยการปรับสภาพสภาวะของจิตใจให้ได้เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเมื่อเรื่องราวทุกสิ่งจะเกิดขึ้นให้รู้สึกได้เหมือนเป็นจริงโดยที่ผู้ฟังมิได้ขัดขืนฝืนจิตใจความรู้สึกของตนเองแต่อย่างใด
การฝืนจิตใจด้วยพละกำลังที่ต่อต้านความเป็นธรรมชาติให้ได้รู้สึกถึงเหตุการณ์ของปลาที่อาจได้ว่ายทวนน้ำเพียงเพื่อเล่นสนุกดังนั้นผู้แต่งยังสามารถเล่นฤทธิ์ของตนเองบันดาลแต่งบทเพลงให้เกิดความบันเทิงด้วยการนึกเล่นสนุกหยอกล้อเพียงเพื่อให้เกิดความสนุกสนานที่เกิดขึ้นบนความสุขและบนความทุกข์ของสิ่งมีชีวิตเช่นคนและสัตว์ที่อยู่ภายใต้มนต์สะกดของธรรมชาตินั่นเอง
ผู้แต่งอาจสามารถแต่งเพลงให้ภูเขาไฟได้จมหายลงไปในพื้นดินได้และความอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชผักธัญญาหารก็จะงดงามเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตทำให้เกิดความเจริญขึ้นมาได้
ผู้แต่งอาจได้ใช้การเปรียบเทียบเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดขึ้นเหมือนจริงด้วยอารมณ์ที่เป็นเหมือนดั่งภูเขาไฟหากได้สงบและเย็นลงก็จะเกิดแต่สิ่งที่ดีงามกับตนเองและบุคคลรอบๆข้างที่นำมาด้วยความรุ่งเรืองแต่สิ่งดีๆสิ่งเหล่านี้ผู้แต่งสามารถสร้างให้เกิดความปาฏิหาริย์เป็นตัวอย่างที่อยู่บนพื้นฐานของความรักความโลภความโกรธและความหลง
ซึ่งผู้แต่งทุกคนก็ย่อมหลีกเลี่ยงสิ่งนี้ไปไม่พ้นเช่นกันแม้แต่การเริ่มต้นของผู้แต่งที่เริ่มแต่งเพลงเป็นเพลงแรกก็ยังแต่งในสิ่งที่เป็นความรักให้เกิดขึ้นมาได้อย่างหลากหลายวิธี ความรักที่มีลักษณะในรูปแบบของความช่างคิดที่ผู้แต่งแต่งสร้างขึ้นมาด้วยความแปลกใหม่ให้ได้สัมผัสรู้สึกถึงความเป็นผลงานที่ไม่เหมือนใคร
หากผู้แต่งที่เริ่มแต่งเพลงด้วยอายุยังน้อยและเป็นวัยที่ได้ใช้ความรู้สึกเกี่ยวกับความรักได้เป็นอย่างดีนั่นก็ย่อมบ่งบอกถึงความได้เปรียบที่ผู้แต่งมีสภาวะของเวลาด้วยอายุที่กำลังเริ่มเข้าสู่การไขว่คว้าและเรียกหาให้ได้มาซึ่งความรักจากผู้อื่นซึ่งอาจเป็นสิ่งที่ผู้แต่งทำให้เกิดขึ้นเป็นบทเพลงด้วยความต้องการที่ปรารถนาให้เป็นอยู่เช่นนี้ตลอดไป
ดังนั้นผู้ฟังจะได้ยินบทเพลงที่เกี่ยวกับความรักนี้เป็นส่วนใหญ่และผู้แต่งเองก็ยังผลิตคิดสร้างแต่งเพลงของความรัก
ความโลภ ความโกรธ
และความหลงออกมาให้ได้ยินให้ได้รับฟังกันอย่างล้นหลามเหลือความต้องการซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ของผู้แต่งมาอย่างทุกยุคทุกสมัยอย่างที่ไม่รู้จักคำว่าเบื่อหน่ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ความไม่เบื่อหน่ายกับบทเพลงเกี่ยวกับรักโลภโกรธหลงนี้ก็ยังสามารถเป็นที่นิยมอยู่ทุกยุคทุกสมัยที่ไม่มีวันได้เสื่อมคลายลงแต่กับผู้แต่งเองแล้วก็ย่อมมีวันที่จะเสื่อมคลายลงโดยเฉพาะเรื่องของอายุ หากผู้แต่งมีอายุสี่สิบปีขึ้นไปและยังแต่งเพลงเกี่ยวกับความรักยังโหยหาอาวรณ์ต้องการปรารถนาสิ่งเหล่านี้อยู่ก็อาจจะมีความรักที่มีเหตุผลมากขึ้นตามแบบฉบับของความเป็นผู้ใหญ่ซึ่งอาจจะขัดแย้งเรื่องวัยอายุกับสิ่งที่ไม่สมดุลกันว่าจนป่านนี้แล้วยังไม่พบปรารถนาเจอคู่ครองให้สมหวังอยู่อีกหรือ
การค้นคว้าหาความรักของผู้แต่งที่มีอายุมากแล้วจนในบางครั้งอาจต้องขับสู้กับผู้แต่งที่มีอายุยังน้อยที่มีความปราดเปรียวแคล่วคล่องและไวต่อความรู้สึกในสิ่งที่ทำให้เกิดความรักนี้มิได้เช่นกัน
สิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นเพราะเกิดความเสื่อมถอยในเรื่องของวัยอายุที่ห่างเกินเลยไปมากแต่ก็เป็นได้และถ้าหากผู้แต่งไม่เล่นฤทธิ์ก็อาจจะทำให้วิชาในความสามารถของผู้แต่งได้อาจไปสู่การตกยุคเป็นผู้ไม่ทันกระแสเวลาเหตุการณ์ในสิ่งที่ทำให้เกิดขึ้นเป็นความรักของกลุ่มผู้แต่งที่มีอายุยังน้อยนั่นเอง หากผู้แต่งที่มีอายุมากและยังเป็นผู้แต่งเพลงเกี่ยวกับความรัก
ความโลภ ความโกรธ และความหลงเหล่านี้อยู่ ก็ย่อมถือว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายด้วยวัยของผู้แต่งเองและท้าทายความรู้สึกที่มีความขัดแย้งในตนเองได้เป็นอย่างสูง
ดังนั้นแล้วผู้แต่งยังสามารถบันดาลเล่นฤทธิ์ให้เกิดแก่ตนเองได้ด้วยการลดสภาวะแห่งวัยอายุลงให้มีความกระปี้กระเป่ากระฉับกระเฉงต่อความรู้สึกให้กลับมาเป็นหนุ่มเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง การเรียกร้องหาความรักเกิดขึ้นอยู่ภายในความรู้สึกอย่างเร่าร้อนอย่างเกินกำลังและขาดความระมัดระวังซึ่งผู้แต่งจะบันดาลเพลงเกี่ยวกับความรักขึ้นมาด้วยการแข่งขันขับสู้กับผู้แต่งที่มีอายุยังน้อยด้วยแรงบางอย่างที่เกิดจากความเชี่ยวชาญชำนาญในสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความอัศจรรย์ย้อนกลับไปสร้างสิ่งที่ไม่คาดคิดไว้ให้เกิดขึ้นเพื่อให้ผู้แต่งเองได้มีพื้นที่ให้ได้ยืนหยัดไปอย่างยาวนานที่จะไม่สามารถทำให้ตนเองต้องตกยุคสมัยเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความรักให้หายไปให้ตกไปให้หลุดพ้นไปจนไม่มีให้เกิดขึ้นนั่นเอง
แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็อาจได้เกิดขึ้นเมื่อกระแสเพลงซึ่งเป็นที่ทำให้โด่งดังให้ได้รู้จักกันไปทั่วในกลุ่มของวัยรุ่นนี้อาจเป็นเพลงที่มาจากผู้แต่งซึ่งเป็นคุณลุงคนหนึ่งที่มีอายุมากแล้วก็เป็นไปได้เช่นกันก็ให้ถือมั่นเชื่อมั่นได้กับสิ่งที่เป็นบทเพลงที่ถูกบันดาลขึ้นจากผู้แต่งและอาจมีได้เป็นส่วนน้อยที่กระทำคิดเล่นบันดาลขึ้นให้เป็นอยู่เช่นนี้แต่ในสิ่งที่เป็นจริงซึ่งอยู่บนพื้นฐานของความรักโลภโกรธหลงซึ่งผู้แต่งที่มีอายุมากก็จะเป็นผู้ที่ค่อยๆเริ่มหลุดและค่อยๆหายไปจากการแต่งเพลงโดยอัตโนมัติหรือหายไปจากวงโคจรที่เป็นไปอย่างตามธรรมชาติเมื่อเวลานั้นมาถึงให้ได้ควรเป็นเกิดกับผู้แต่งทุกคน
หากผู้แต่งที่มีอายุมากแต่งยังพอมีฤทธิ์มีกำลังสร้างสิ่งอัศจรรย์บันดาลให้แนวทางกับตนเองอาจได้มีแค่สองวิธีคือแนวทางที่ย้อนกลับไปสู่ความรัก
ความโลภ ความโกรธ และความหลง
เป็นการแต่งเพลงที่กลับไปสู่ความเป็นหนุ่มเป็นวัยรุ่นอีกครั้งและวิธีต่อไปคือแนวทางที่นำไปสู่การใช้ปรัชญาชีวิตในธรรมชาติและความรู้สึก
เป็นการแต่งเพลงซึ่งผู้แต่งที่มีอายุมากโดยส่วนใหญ่แล้วจะเลือกใช้แนวทางเช่นนี้ให้กับตนเองเพื่อให้ได้มีพื้นที่พอที่ได้ยืนหยัดดำรงคงไว้ด้วยความเป็นอาชีพได้อย่างยาวนานด้วยความชาญฉลาดให้กับตนเองต่อไป
แต่ถ้าหากผู้แต่งที่มีอายุมากซึ่งไม่เล่นฤทธิ์บันดาลสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับตนเองแล้วฉันท์ใดก็ย่อมเป็นไปเช่นนั้นด้วยธรรมชาติจะค่อยๆกลืนกลบให้หายไปให้ตกไปให้หลุดพ้นไปจนไม่มีให้ได้เห็นอีกต่อไป ผู้แต่งอาจได้บันดาลความมีค่ามีราคาในผลงานที่ผู้แต่งแต่งขึ้นให้ตรึกติดอยู่บนกระดาษเพียงแค่หนึ่งแผ่นกับอีกตัวหนังสือให้ได้เห็นได้อ่านแค่สามสิบสองประโยคหากเรียงเป็นในทางแนวก็จะได้ถึงสิบหกบรรทัดหรือรวมทั้งหมดก็คือได้เป็นสี่ท่อนเรียกเป็นหนึ่งเพลงอาจย้อนความหมายกลับให้เข้าใจได้ง่ายก็คือหนึ่งเพลงมีสี่ท่อนนั่นเอง
ผู้แต่งอาจสนนราคาไว้อย่างหลายระดับเพื่อให้เกิดการซื้อขายได้อย่างมีอิสระและให้เกิดความพึงพอใจขึ้นมาด้วยกันทั้งสองฝ่ายให้ได้ซื้อง่ายขายคล่องหรืออาจจะไม่เป็นไปตามในสิ่งที่ผู้แต่งได้ตั้งใจไว้ก็อาจเป็นไปได้
ราคาที่ผู้แต่งบันดาลตั้งขึ้นต่อหนึ่งบทเพลงอยู่ที่สามพันบาท ห้าพันบาท
เจ็ดพันบาท หนึ่งหมื่นบาท หนึ่งหมื่นสองพันบาท หนึ่งหมื่นห้าพันบาท สองหมื่นบาท
สองหมื่นห้าพันบาท หรืออาจจะมีราคาสูงมากไปกว่านี้ก็เป็นไปได้ สำหรับผู้แต่งเพลงกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเป็นไปได้เสมอและอาจเป็นไปได้เช่นกันนั่นย่อมขึ้นอยู่กับการหยั่งคิดการหยั่งรู้และการหยั่งถึงเหตุแห่งความเป็นมาและควรที่จะเป็นไปในทิศทางใดต่อไป การผลิตสร้างผลงานอาจไม่มีเครื่องมือมาวัดหาค่าระดับความมีคุณภาพของบทเพลงที่ผู้แต่งแต่งขึ้นและจะไม่มีเครื่องสิ่งใดเข้ามาเปรียบเทียบให้ได้รู้ถึงความเป็นไปของบทเพลงให้ได้ผ่านเข้าสู่สิ่งที่เป็นมาตรฐานหรือความเป็นสากลของบทเพลงที่มีเรื่องของความมีคุณภาพเข้ามาเกี่ยวข้องให้เกิดสิ่งสมบูรณ์เป็นมาตรฐานให้ได้เรียกกันสั้นๆว่าความเป็นสากล บทเพลงที่ผู้แต่งแต่งขึ้นย่อมมีคุณภาพหาค่ามิได้เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมีความหมายเป็นการสื่อให้รู้ให้ได้เข้าใจเป็นไปในทางศิลปะของภาษา
และลวดลายทางศิลปะการใช้ภาษาในแขนงของการประพันธ์เพลงการแต่งเพลง
